พฤติกรรมและทัศนคติเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น ของนักศึกษาสาขาการบริหารงานตำรวจคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
คำสำคัญ:
เพศสัมพันธ์, ทัศนคติ, การบริหารงานตำรวจบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์วัตถุประสงค์ 1.) เพื่อศึกษาพฤติกรรมทัศนคติของนักศึกษาวัยรุ่นบางกลุ่มมีปัญหาอะไรบ้างในมุมมอง 2.) เพื่อเป็นความรู้ให้กับบุคคลที่สนใจทัศนคติในเรื่องความคิดเห็นทางเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่น 3.) เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องเรียนกับการคบหาคนรัก เพื่อศึกษาทัศนคติเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นว่ามีความเข้าใจเรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างไร วิจัยที่ใช้วิธีเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างเป็น นักศึกษาสาขาวิชาการบริหารงานตำรวจ จำนวน 98 คน ใช้สมการทาโร ยามาเน่ จากการศึกษาพบว่าทัศนคติเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น จากกลุ่มตัวอย่าง มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น ในข้อที่ 1 เมื่อประสบกับปัญหาจะปรึกษาใคร ข้อที่ 2 การมีแฟนในวัยรุ่นเป็นเรื่องธรรมชาติ ข้อที่ 3 เรื่องการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติ ข้อที่ 4 การอยู่ร่วมกันก่อนที่จะแต่งงานเป็นเรื่องธรรมดา เพื่อการเรียนรู้อุปนิสัยก่อนตัดสินใจ ข้อที่ 5 การมีความรู้เรื่องการคุมกำเนิดช่วยลดปัญหาการตั้งครรภ์และการทำแท้ง ข้อที่ 6 วัยรุ่นควรรักตนเอง มองเห็นคุณค่าของตนเองให้มาก หากพบปัญหาสามารถปรึษาพ่อและแม่ ข้อที่ 7 เด็กที่อยู่หอพักมีโอกาสเสี่ยงสูงในการเกิดเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัย
อันควร ข้อที่ 8 นักศึกษาคิดว่าการเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนไม่เสียหายเพราะเป็นความสมัครใจ ข้อที่ 9 การเที่ยวกลางคืนหรือการจัดงานปาร์ตี้ในหมู่วัยรุ่น เป็นช่วงเวลาที่อาจมีเพศสัมพันธ์ได้ ข้อที่ 10 ความอยากลองเป็นสาเหตุที่มีบทบาทในการยั่วยุให้นักศึกษามีความสัมพันธ์ ข้อที่ 12 เมื่อมีปัญหาในการคบหาคนรักมักจะปรึกษาเพื่อนเป็นอันดับแรก มากกว่าพ่อและแม่ เมื่อพิจารณาผลการวิจัยจากการสุ่มตัวอย่างพบว่า ในปัจจุบันในสังคมไทย พบว่านักศึกษามีความคิดเห็นทัศนคติเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น โดยค่าเฉลี่ย รวมเท่ากับ 3.73 อยู่ในระดับมาก แสดงให้เห็นทัศนคติของกลุ่มตัวอย่าง ว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติของวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นนั้นอยากรู้อยากลองเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก ค่านิยม ความคิดในปัจจุบัน แต่ในสังคมไทยยังมีเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมในเรื่องจารีตประเพณีในสังคมไทย เพื่อนำประโยชน์จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ใช้เป็นแนวทางการ


