ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สันติภาพใน จังหวัดชายแดนภาคใต้: กรณีศึกษาจังหวัดยะลา
คำสำคัญ:
พิพิธภัณฑ์สันติภาพ, จังหวัดชายแดนภาคใต้, จังหวัดยะลาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์ระดับความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้: กรณีศึกษาจังหวัดยะลา (2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อความสำเร็จในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สันติภาพจำแนกตามคุณลักษณะส่วนบุคคล และ (3) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ : กรณีศึกษาจังหวัดยะลา เป็นการวิจัยเป็นแบบเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากประชาชนที่พักอาศัยในจังหวัดยะลา จำนวน 400 คน ด้วยแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.776 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบ Enter
ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านชุมชนในระดับมากที่สุด รองลงมาคือปัจจัยด้านเนื้อหาและการเล่าเรื่อง และปัจจัยด้านการบริหารจัดการ ตามลำดับ ส่วนความสำเร็จในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สันติภาพอยู่ในระดับมากที่สุด ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นจำแนกตามคุณลักษณะส่วนบุคคลพบว่า ประชาชนที่มีอายุ ระดับการศึกษา และอาชีพแตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อความสำเร็จในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สันติภาพแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ขณะที่เพศ ศาสนา และสถานภาพสมรสไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณพบว่า ปัจจัยที่ศึกษาสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของความสำเร็จในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สันติภาพได้ร้อยละ 94.62 โดยปัจจัยด้านชุมชนมีอิทธิพลสูงที่สุด รองลงมาคือปัจจัยด้านเนื้อหาและการเล่าเรื่อง และปัจจัยด้านการบริหารจัดการ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า พิพิธภัณฑ์สันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ควรถูกออกแบบเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อการเรียนรู้ การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม การสร้างความไว้วางใจ และการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระยะก่อนออกแบบ ร่วมออกแบบ ร่วมจัดทำเนื้อหา ร่วมจัดกิจกรรม และร่วมติดตามประเมินผล เพื่อให้เกิดความชอบธรรมทางสังคมและความยั่งยืนในการขับเคลื่อนสันติภาพในพื้นที่
เอกสารอ้างอิง
ฆายนีย์ ช. บุญพันธ์. (2562). การมีส่วนร่วมของกลุ่มต่าง ๆ เพื่อสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในชายแดนใต้. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 17(1), 100–117. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/kpi_journal/article/view/244010.
ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา. (2566). บทบาทไทยพีบีเอสต่อกระบวนการสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้บริบทการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขานิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย). https://doi.org/10.58837/ CHULA.THE.2023.744
มารดารัตน์ สุขสง่า และ ขันทอง ใจดี. (2567). ศาสตร์พระราชาและปัจจัยพลังอำนาจของชาติที่ส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 13(2), 191-203.
Galtung, J. (1969). Violence, peace, and peace research. Journal of Peace Research, 6(3), 167-191. https://doi.org/10.1177/002234336900600301.
Hein, G. E. (1998). Learning in the museum. London, England: Routledge.
International Council of Museums. (2022). Museum definition. สืบค้นเมื่อ 21 ตุลาคม 2568, จาก https://icom.mu seum/en/resources/standards-guidelines/museum-definition/.
Lederach, J. P. (1997). Building peace: Sustainable reconciliation in divided societies. Washington, DC: United States Institute of Peace Press.
McCall, V., & Gray, C. (2014). Museums and the “new museology”: Theory, practice and organisational change. Museum Management and Curatorship, 29(1), 19 -35. https://doi.org/10.1080/09647775. 2013.869852
Murakami, T. (2009). The role of peace museums in peace education: An analysis of Japanese peace museums. Journal of Peace Education, 6(1), 1–15. https://doi.org/10.1080/17400200802658363
UNESCO. (2015). Recommendation concerning the protection and promotion of museums and collections, their diversity and their role in society. สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2568, จาก https://www.unesco.org/en/ legal-affairs/recommendation-concerning-protection-and-promotion-museums-and-collections-their-diversity-and-their.
Yamane, K. (2009). Peace museums in Japan: A critical analysis. International Journal of Peace Studies, 14(2), 43–57.


